
โรคหัด เป็นอย่างไร น่ากลัวแค่ไหนต้องเข้ามาดูกันได้เลย

เป็นโรคติดต่อทางระบบหายใจ ติดต่อกันได้ง่ายทางเสมหะ น้ำลายเกิดจากเชื้อ Measles virus คนที่ได้รับเชื้อนี้ จะมีไข้สูง ตาแดง ไอ หลังจากมีไข้ 3-7 วัน ก็จะมีผื่นซึ่งเริ่มที่หน้ากอ่นและลามไปที่ตัว
ระยะติดต่อ ระยะติดต่อประมาณ 2-4 วันก่อนเกิดผื่น และหลังเกิดผื่นแล้วยังติดต่อได้อีก 2-5 วัน
อาการ
- ระยะฟักตัว คือจะเกิดจากอาการหลังได้รับเชื้อไปแล้ว 8-12 วัน
- อาการนำเริ่มต้นด้วยเด็กจะมีไข้สูง อาการงอแง กระสับกระส่าย ปวดตามตัว น้ำมูกไหล ตาจะแดงและแพ้แสง ไอแห้ง ๆ มีอาการไข้สูงปวดตามตัว ระยะที่เริ่มเป็น 2-3 วัน แพทย์อาจตรวจพบผื่นแดงเล็ก ๆ ในปาก
- ระยะออกผื่น หลังมีไข้ 3-4 วัน จะไอมากขึ้น มีผื่น โดยผื่นขึ้นหน้าฝาก และลามไปที่หน้า คอ และลำตัวในเวลา 24-36 ชั่วโมง เมื่อผื่นขึ้นอาการปวดเมื่อจะดีขึ้น ไข้จะค่อย ๆ ลง และลำตัวในเวลา 3 วัน ลามจากหัวถึงขา ฝ่ามือฝ่าเท้าจะไม่มีผื่น
- ผู้ที่ขาดวิตามินเอ หรือผู้ป่วยโรคเอดส์จะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป
การติดต่อ
- โรคนี้จะติดต่อโดยคนใกล้ชิดได้สัมผัสกับเสมหะหรือน้ำลายของผู้ป่วยที่เกิดจากการไอหรือจาม
- เชื้อที่อยู่ในอากาศหรือผวิองวัตถุจะยังคงติดต่อสู่คนอื่นได้ 2-4 ชั่วโมง
- สำหรับผู้ป่วยจะแพร่เชื้อก่อนและหลังมีผื่น 4 วัน
การรักษา
เนื่องจากโรคหัดเกิดจากชื้อไวรัสดังนั้นจึงไม่มียาที่รักษาโดยตรง ท่านต้องปรึกษาแพทย์ของท่านให้ทราบถึงวิธีดูและโรคแทรกซ้อนต่างๆ หลักการดูแลทั่ว ๆ ไปคือ
- ให้ตรวจวัดอุณหภูมิอย่างสม่ำเสมอให้ยาลดไข้ ห้ามใช้ยา แอสไพริน ในการลดไข้ซึ่งจากเชื้อไวรัสเนื่องจากจะทำให้เกิดReye’s syndrome
- กระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำมาก ๆ อาจเป็นน้ำเปล่า น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
- เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้ติดเชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะที่หูและปอดควรให้ยาปฎิชีวนะทันทีเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรีย
- โรคหัดที่เกิในประเทศด้วยพัฒนาที่มีการขาดวิตามินเอจะต้องวิตามินเอ สองครั้งห่างกัน 24 ชม.ซึ่งลดอัตราการเสีชีวิตลงได้ร้อยละ 50
การป้องกัน
สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน หรือสามารถฉีดวัคซีนสัมผัสโรค หรือหลังสัมผัสโรค


