
โรคกระดูกพรุน ดูแลวันนี้ไม่สาย หันมาดูแลกระดูกของเราเถอะ

โรคกระดูกพรุน คือภาวะที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลงและโครงสร้างของเนื้อกระดูกเสื่อมลง ทั้งนี้เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีกระบวนการสร้างเนื่อกระดูกใหม่ช้ากว่ากระบวนการสลายเนื่้อกระดูก จึงทำให้กระดูกเปราะบาง ได้ง่าย และมีโอกาศหักหรือยุบตัว ซึ่งกระดูกที่หักได้บ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ โรคนี้พบบ่อยในผู้สูงอายุ หรือหญิงวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งช่วยยับยั้งการสลายเนื่อกระดูก

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
- ผู้ที่อยู่ในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะเพศหญิง
- มีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้
- หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือตัดรังไข่ออก 2 ข้าง
- คนผิวขาวหรือชาวเอเชีย
- เคลื่อนไหวน้อย หรือไม่ออกกำลังกาย
- คนที่มีรูปร่างเล็ก ผอม
- กินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย
- อาหารที่มีไขมันมาก จะขัดขวางการดูกซึมแคลเซียม
- สูบบุหรี่จัด
- ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอร์ และคาเฟอีน
- ผู้ที่กินยาบางชนิด ซึ่งทำให้การดูดซคมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายลดลง
- ผู้ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของต่อมไร้ท่อผิดปกติ
อาการของโรคกระดูกพรุน
ระยะแรกมักไม่มีอาการแสดง เมื่อเป็นมากขึ้นอาการจะเป็นดังนี้
- ปวดหลัง ปวดตี้อ ๆ ตำแหน่งที่ปวดไม่ชัดเจน และอาจปวดร้าวไปด้านหลัง
- หลังโก่ง-ค่อม ความสูงลดลง
- กระดูกเปราะบาง
การป้องกันโรคกระดูกพรุน
ในคนปกติ ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงอายุ 20-35 ปี และหลัง 40 ปี ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกจะลดลงทั้งหญิงและขาย ดั้งนั้น จึงควรเสริมสร้างให้เนื้อกระดูกแข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กดังนี้
- กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย
- ควรลดอาหารที่มีไขมันมาก
- ควรออกกำลังกายอย่างถูกวิธีสม่ำเสมอ
- ควรงดสูบบุหรี่
- ไม่ควรซื้อยากินเอง
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

