โรคกระดูกพรุน สามารถป้องกันได้

banner01

โรคกระดูกพรุน สามารถป้องกันได้ เนื่องจากว่า ทุกวันนี้ คนเราเริ่มมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคต่างๆ มากมาย วิธีการที่สุดที่จะไม่ป่วยเป็นโรคต่างๆ เราจะต้องมีความรู้ และหาแนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้ป่วยเป็นโรคต่างๆ เหล่านี้ได้ าดูกันเลยจ้าว่า โรคกระดุกพรุนนั้น คืออะไร แลพะสามารถป้องกันได้ อย่างไรบ้าง

 

โรคกระดูกพรุน สามารถป้องกันได้
โรคกระดูกพรุน สามารถป้องกันได้

 

โรคกระดูกพรุนคืออะไร

โรคกระดูกพรุน คือสภาวะที่ความหนาแน่นของกระดูกลดลง และโครงสร้างของกระดูกเสื่อมลง ทำให้กระดูกเปราะบาง และมีโอกาสที่จะหักหรือยุบตัวได้ง่าย พบบ่อยในผู้สูงอายุหรือหญิงวัยหมดประจำเดือน

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน มีด้วยกันหลายปัจจัย ดังนี้

  • ผู้ที่อยูในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะเพศหญิง
  • มีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้
  • หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง
  • หญิงผิวขาวหรือชาวเอเชีย เคลื่อนไหวน้อย หรือไม่ออกกำลังกาย
  • คนที่มีรูปร่างเล็ก ผอม
  • กินอาหารที่มีแคลเซี่ยมน้อย
  • อาหารที่มีไขมันมาก และขัดขวางการดูดซึมแคลเซี่ยม
  • สูบบุหรี่จัด
  • เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เช่น กาแฟ น้ำชา ในปริมาณ มากๆ เป็นประจำ
  • ผู้ที่กินยาบางชนิด ซึ่งทำให่กระดูกซึมเข้าสู่แคเซี่ยมลดลง เช่น ยารักษาไทรอยด์ ยาพวกสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
  • ผู้ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของต่อมไร้ท่อผิดปกติ เช่น โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคของต่อมหมวกไต หรือการเข้าเฝือกเป็นระยะเวลานาน โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต

 

อาการของโรคกระดูกพรุ่น

อาการของโรคกระดูกพรุ่น ระยะแรกมักไม่มีอาการแสดง เมื่อเป็นมากจึงจะมีอาการดังนี้

  1. ปวดหลัง ปวดตื้อๆ ตำแหน่งที่ปวดไม่ชัดเจน และอาจปวดร้าวไปด้านหลังได้
  2. หลังโก่ง-ค่อม ความสูงลดลง
  3. กระดุกเปราะบาง หักง่ายกว่าคนปกติ

 

การป้องกันโรคกระดูกพรุน

ในคนปกติ ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกจะเพิ่มขึ้นช่วงสูงสุดในอายุ 20-35 ปี หลังอสยุ 40 ปี ความหนาแน่นขแงเนื้อกระดูกจะลดลงทั้งชายและหญิง ดังนั้น จึงควรเสริมสร้างให้เนื้อกระดูกแข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก โดยปฏิบัติดังนี้

  1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย มีปริมาณแคลเซี่ยมและวิตามินเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัย ซึ่งปกติควรได้รับแคลเซี่ยมอ่างน้อยที่สุด ประมาณวันละ 800-1,000 มิลลิกรัม อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง ได้แก่ นม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม น้ำปู กุ้งแห้ง ปลาร้าผง ปลาเ็กปลาน้อยที่กินทั้งกระดูก ถั่วแดงหลวง งาดำถั่วต่างๆ เต้าหู้ ผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม บรอคโคลี่ ผักคะน้า ใบชะพล ใบยอ เป็นต้น
  2. ควรลดอาหารที่มีไขมันมาก เนื่องจากไขมันจะขักขวางกสนดูดซึมแคลเซี่ยม
  3. ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี สม่ำเสมอ เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพศ และวัย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันวันละ 30 นาที เช่น วิ่งเหยาะๆ แอโรบิค เต้นรำ เป็นต้น
  4. ควรงดสูบบุหรี่ ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ และคาเฟอีน เช่น กาแฟ น้ำชา เป็นต้น
  5. ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะว่ายาบางชนิดมีผลให้การดูดซึมแคลเซี่ยมเข้าสู่ร่างกายลดลง เช่น ยารักษาไทรอยด์ ยาพวกสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
  6. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.happyoppy.com






banner01




คุณคิดอย่างไรบอกเพื่อน ๆ ได้นะ

comments