โรคซิฟิลิส ป้องกันได้ง่ายกว่าที่คิด

banner01

โรคซิฟิลิส ป้องกันได้ง่ายกว่าที่คิด โรคซิฟิลิสโรคร้ายแรง ที่เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยไม่สวมถุงยางอนามัย เป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ทั้งในผู้หญิง และในผู้ชาย ถึงจะเป็นโรคร้ายแรงยังไงก็ตาม แต่ในช่วงระยะแรกๆ สามารถที่จะรักษาให้หายได้ แต่ทางที่ดี ถ้าไม่อยากเป็นโรคซิฟิลิสควรจะป้องกันด้วยการสวมถุงยางงอนามัยทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์

 

โรคซิฟิลิส ป้องกันได้ง่ายกว่าที่คิด
โรคซิฟิลิส ป้องกันได้ง่ายกว่าที่คิด

 

โรคซิฟิลิส คืออะไร

โรคซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพสสัมพันธ์ดรคหนึ่ง ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อ Treonema pallidum มีอันตรายเป็นโรคติดต่อที่สามารถทำให้เกิดโรคติดต่อที่สามารถทำให้เกิดดรคแก่ระบบต่างๆ ของร่างกายได้หลายระบบ เช่นซิฟิลิสระบบหัวใจและหลอดเลือด ซิฟิลิสระบบประสาท เป็นต้น นอกจากนี้ แม่ตั้งครรค์ที่เป็นโรคซิฟิลิสจะถ่ายทอดโรคสู่ทารกในครรภ์ได้ เรียกว่า โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

 

การติดต่อของโรคซิฟิลิส

  • ติดโรคซิฟิลิสจากการมีเพสสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย เนื้อเยื่อที่มีซิฟิลิสอยู่แล้ว เช่น ทางผิวหนัง เยื่อบุตา หรือสัมผัสโดยการหลั่งสารซึางเป็นการเสียจากแผลที่เกิดจากโรคซิฟิลิส เช่น น้ำใสๆ น้ำหนอง เป็นต้น
  • การติดโรคซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก ทารกที่อยู่ในครรภ์และทารกที่คลอดออกมาจะได้รับเชื้อซิฟิลิสเลย ซึ่งเรียกว่า ซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) จะแสดงอาการหลังคลอดได้ 3-8 สัปดาห์ และเป็นอาการเล็กน้อยมาก จนแทบไม่ทันได้สังเกต เช่น มีตุ่มผืนขึ้นเพียเล็กน้อยเท่านั้น แต่มาออกอาการมากๆ เข้าเมื่อตอนดต หรือบางคนอาจจะแสดงอาการพิการออกมาให้เห็น

 

อาการของโรคซิฟิลิส

อาการของโรคซิฟิลิสจะแสดงออกมาในช่วงเวลาที่แตกต่างกันตามระยะเวลาของการได้รับเชื้อ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะของอาการดังต่อไปนี้

  •  ระยะที 1 สังเกตได้จากแผลที่เป้นแผลเดี่ยว หรืออาจจะมีหลายแผล โดยจะพบมากในบริเวณที่มีอวัยวเพศทั้งชายและหญิง เมื่อร่างกายรับเชื้อซิฟิลิสไป จะอยู่ที่ระยะฝักตัวและใช้เวลาในการออกอาการตั้งแต่รับเชื้อไปแล้ว 10-19 วัน หรือดดยเฉลี่ประมาณ 21 วัน แผลที่เกิดึ้นจะเป็นวงกลมขนาดเล็ก นิ่ม ไม่เจ็บ แข็งขอบและนูนแข็ง และแผลจะอยู่นานประมาณ 3-6 สัปดาห์ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันเวลา ก็สามารถหายได้ หากไม่ได้รับการรักษาก็จะเข้าสู่ระยะที่สอง
  • ระยะที่ 2 เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรคซิฟิลิส และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องน้อยกว่า 6 สัปดาห์ โดยจะมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง และเยื่อบุร่างกาย ผื่นที่เกิดขึ้นจะไม่คัน แต่อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต ผมร่วงเป้นหย่อมๆ น้ำหนักลด ปวดกล้ามเนื้อ ไม่มีแรง หรืออาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ เจ็บคอ จะเริ่มมีหูดบางๆ ปูดขึ้นที่ปากช่องคลอดหรือรอบๆ ทวารหนัก
  • ระยะที่ 3 (ระยะสุดท้าย) ผู้ที่ได้รับเชื้อซิฟิลิสเข้าไปแล้ว แต่อาจจะมีอาการแฝงของโรคที่ไม่ปรากฏชัด จนติดเชื้อมานานเป้นปี อาจจะทำให้อาการของโรคปรากฏขึ้นเด่นชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือระะสุดท้าย บางรายอาจปรากฏอาการของโรคเมื่อได้รับเชื้อไปแล้ว 20-30 ปีก็มี โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 นี้ เป็นระยะที่เชื้อโรคเข้าไปทำลายอวัยวะภายในที่สำคัญแล้วหลายส่วน เช่น สมอง เส้นประสาท ตา หัวใจ ตับ กรัดูก ข้อ และเส้นเลือด ซึ่งทำให้รู้สึกชา เป้นอัมพาต ตาบอด สมองเสื่อม และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

การป้องกันโรคซิฟิลิส

  • ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งทมี่มีเพศสัมพันธ์
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ
  • คู่สามี หรือคู่รักก่อนแต่งงานควรตรวจเลือดหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อน เพื่อรักษาอาการของโรคก่อนการแพร่เชื้อเมื่อมีเพสสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการมเพศสัมพันธ์ในแบบเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์มึนเมา เสพยาเสพติด เป็นต้น

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.rtcog.or.th






banner01




คุณคิดอย่างไรบอกเพื่อน ๆ ได้นะ

comments