
โรคอีสุกอีใส สาระน่ารู้ต้องเข้ามาอ่าน วันนี้เรามีสาระดีๆมาให้อ่านและศึกษากันค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากรู้เรื่อง โรคอีสุกอีใส เข้ามาดูกันได้ที่นี่เลยจ้า เรามีความรู้มากมายค่ะ สำหรับใครที่อยากจะมีความรู้ การรักษา อาการของ โรคอีสุกอีใส เข้ามาดูกันได้ที่นี่เลยจ้า รับรองได้เลยว่าจะต้องได้ความรู้แน่นอนค่ะ สาระให้อ่นมากมายค่ะ เพื่อนๆต้องเข้ามาดูกันนะค่ะ
วิธีการดูแลและป้องกัน โรคอีสุกอีใส
- โรคอีสุกอีใส เกิดจากอะไรโรคอีสุกอีใส ( Chicken pox ) เป็นโรคที่เกิดจากเชื่อไวรัสชนดเดียวกันกับโรคงูสวัด ( Herpes Zoster ) จะติดต่อกันด้วยการไอ หรือจาม การหายใจรดกัน และเกิดจาการใช้ของร่วกันกับผู้ป่วยโรคนี้ โดยปกติจะฟักตัวประมาณ2-3 สัปดาห์จะระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน ส่วนมากมักจะพบ นกลุ่มเด็ก 5-12 ปี รองลงมาจะพบในเด็ก 1- 4 ปี และกลุ่มวัยรุ่นและวัยหนุุ่มสาวตามลำดับ
- อาการแทรซ้อนของโรคอีสุกอีใสคืออาการติดเชื้อจากแบคทีเรยแทรกซ้อนบนผิวหนัง ทำให้เป็นหนองและเป็นแผลตามมา ในบารายก็อาจเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ และเป็นปอดบวมได้ เชื้อไวรัส โรคอีสุกอีใส อาจจะกระจายรุกลามไปยังอวัยวะภายใน เช่น ปอด สอมง ตับ เป็นต้น
- การรักษา โรคอีสุกอีใส ควรอาบน้ำและใช้สบู่ฆ่าเชื้อฟอกพิวหนังให้สะอาด ในกรณีมีสิ่งสกปรกปนเปื้อน เพื่อป้องกันเชื้อแบคที่เรียแทรกซ้อน ควรตัดเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยง การแกะ หรือเกาตุ่ม ในรายที่มีอาการคันมาก อาจให้รับประทานยาช่วยลดอาการคัน หรือใชผ้า gauze ชุบน้ำเกลือล้างแผลปิบาดแผล ในปัจุบันมียาช่วยยับยังการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส โรคอีสุกอีใส แต่ต้องใชขนาดสูงและแพงมาก นอกจากนั้นยังต้องใช้ในวันแรกที่อาการมิฉะนั้นอาจไม่ได้ผล
- ข้องควรรู้เกี่ยวกับ โรคอีสุกอีใส
- โรคนี้เมื่อเป็นแล้ว อาจะมีโอกาศเป็น โรคงูสวัด ได้ในภายหลัง
- ควรแยกผุ้ป่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เพราะว่าโรคนี้จะเริ่มแพร่เชื่อใน 24 ชั่วโมง
- เชื้อไวรัส โรคอีสุกอีใส สามารถผ่านจากมารดาไปสู่ลูก และอาจจะทำให้ทารกพิการและเป็นโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะมารดาที่ตังครรถ์ใน 20 สัปดาห์แรก
- โรคนี้ไม่มีของแสลง แนะนำให้ผู้ป่วยทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และวครดื่มนมเสริมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
- ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน โรคอีสุกอีใส แล้ว ประสิ?ะภาพป้องกันมากมาว่า 90 %












