โรคกรดไหลย้อน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

banner01

โรคกรดไหลย้อน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะว่า โรคกรดไหลย้อนนี้ สามารถเป็นได้กันทุกคน ดังนั้น วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ เหล่านี้ จะปฏิบัติตัวให้และป้องกันให้ถูกวิธี จะสามารถที่จะห่างไกลจากโรคกรดไหลย้อนได้

 

โรคกรดไหลย้อน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคกรดไหลย้อน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

 

โรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน (Gastro-esophageal Reflux Disease, GERD) คือโรคที่มีอาการจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน แม้ผู้ป่วยไม่ได้รับประทานอาหารก็ตาม

 

โรคกรดไหลย้อน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
โรคกรดไหลย้อน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

 

โดยปกติร่างกายจะมีกลไกลการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไหลย้อนกลับของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไป โดยการบีบตัวของหลอดอาหาร การทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบนและส่วนล่าง เยื่อบุขงหลอดอาหารเองก็มีกลไกป้องกันการทำลายจากกรด

กรดไหลย้อนไม่ใช่โรคใหม่ เป็นโรคที่พบมานานแล้ว และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประชากรไทย ตรวจพบได้ประมาณ 1 ใน 5 คน พบในคนทั่วไป ทุกกลุ่ม ทุกช่วงอายุ แต่จะพบได้มาก ในคนอ้วน คนสูบบุหรี่

 

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนนี้ เกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ หลอดอาหารส่วนปลายมีการคลายตัวอย่างผิดปกติ ความดันของหูรูดของหลอกอาหารส่วนปลายลดลงต่ำหว่าปกติ กะเพาะอาหารหรือหลอดอาหารบีบตัวอย่างคนผิกปกติ รวมถึงพันธุกรรมด้วย ในบางคน หูรูดหลอดอาหารทำงานได้น้อย

พฤติกรรมบางอย่างของผู้ป่วยเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ด้วย เช่น รับประทานอาหารเสร็จอิ่มๆ หรือรับประทานอาหารเสร็จยังไม่ถึง 4 ชั่วโมงแล้วนอน สูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม รับประทานอาหารประเภทของทอด ของมัน หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดเผ็ดจัด

สภาวะกรดไหลย้อน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ

  • ระยะแรก ผู้ป่วยมีสภาวะกรดไหลย้อนบางครั้ง เป็นบ้าง แล้วก็หายไป ไม่มีผลต่อสุขภาพมากมาย
  • ระดับที่สอง ผู้ป่วยจะมีอาการกรดไหลย้อนขึ้นมาเฉพาะที่บริเวณหลอดอาหาร
  • ระดับสาม ผู้ป่วยมีกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมาก จนไหลขึ้นไปถึงกล่องเสียงหรือหลอดลม

 

อาการของโรคกรดไหลย้อน

ผู้ป่วยที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ การไหลย้อนของกรด ถ้ามีมาก อาจไหลออกนอกหลอดอาหาร อาจทำให้ทีผลต่อลำคอ กล่องเสียง และปอดได้ ผู้ป่วยจะมีอาการไอเรื้อรัง เจ็บคอเรื้อรัง หรือรู้สึกสำลักในเวลากลางคืน เสียงแหบเรื้อรัง หรือแหบเฉพาะตอนเช้า หรือมีเสียงผืดปกติไปจากเดิม เนื่องจากเวลานอน กรดจะไหลย้อนขึ้นมาได้มาก ปวดแสบ ปวดร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ หรือที่เรียกว่า Heart Burn เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ มีอาการจุกแน่นบริเวณหน้าอก เหมือนมีก้อนติดอยู่ลำคอ หายใจไม่ออกเวลานอน กลืนอาหารลำบาก หรือกลืนเจ็บ เจ็บคอ หรือแสบลิ้นเรื้อรัง ถ้าเป็นมาก จะเจ็บคอมาก จนอาจจะกลืนอาหารแทบไม่ได้ คลื่นไส้ มีอาการเรอเปรี้ยว หรือรู้สึกขมของน้ำดี รสเปรี้ยวของกรดในปากหรือลำคอ มีเสมหะอยู่ในลำคอ หรือละคายคอคลอดเวลา

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า เป็นโรคกระเพาะอาหาร จึงไปซื้อยาเคลือบแผลในกระเพาะอาหารมารับประทานเอง ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด สร้างความทุกข์ทรมาน ให้กับผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุรภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานลดลง หากไม่ละลายไม่ไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา อาจทำให้เรื่้อรังกลายเป็นโรคปอดอักเสบและมะเร็งหลอดอาหารได้

 

การรักษาโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย การใช้ยา หรือการผ่าตัด

 

การรักษาโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

งดการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ ลดอาหารมัน ของทอด ของหวาน รับประทานอาหารให้เป็นเวลาหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ลดน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี

การรักษากรดไหลย้อนโดยการปรับเปลี่ยนนิสัยและการดำเนินชีวิตประจำวัน มีความสำคัยมาก จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการน้อยลง ป้องกันไม่ให้เกิดอาการอีก และเพิ่มคคุรภาพชีวิตของผู้ป่วย เป้นการลดปรืมาณกรดในกระเพาะอาหาร และป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนกลับขึ้นไปในระบบทางเดินอาหาร และการเดินหายใจส่วนบน การรักษาด้วยวิธีนี้ ควรทำอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต แม้จะมีอาการดีขึ้น หรือหายดีแล้ว โดยไม่ต้องรับประทานยาแล้วก็ตาม

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.stou.ac.th






banner01




คุณคิดอย่างไรบอกเพื่อน ๆ ได้นะ

comments