โรคเริม รู้ไว้ดีกว่า

banner01

โรคเริม รู้ไว้ดีกว่า สมัยนี้ โรคภัไข้เจ็บมีอยู่มากมาย ดังนั้น การ ที่เรามีความรู้เรื่องโรคต่างๆ จึงเป็นการดีที่เพื่อ ที่จะแนวทางการป้องกันได้

 

โรคเริม รู้ไว้ดีกว่า
โรคเริม รู้ไว้ดีกว่า

 

โรคเริม เกิดจากอะไร

โรคเริม เกิดจากเชื้อวัยรัสเฮอร์ปีส์ ซิมเพลกซ์ (Herpes simplex virus, HSV) ซึ่งได้แก่

  • HSV-1 (ก่อให้เกิดเริ่มตามผิวหนังทั่วไป และในช่องปากเป็นส่วนใหญ่)
  • HSV-2 (ก่อให้เกิดเริ่มที่อวัยวะเพศเป้นส่วนใหญ่) ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรง ระยะพักตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ สำหรับโรคเริมที่อวัยวะเพศ ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง

 

อาการองโรคเริม

อันดับแรกมักจะมีอาการแสบๆ คันๆ นำมาก่อนเล็กน้อย แล้วมีตุ่มน้ำใสขนาด 2-3 มิลิเมตร ขึ้นอยู่กันเป็นตุ่ม โดยรอบจะเป็นผื่นแดง ต่อมาตุ่มน้ำใสก็จะกลายเป็นสีเหลืองขุ่น แล้วแตกกลายเป็นสะเก็ตได้ไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ หรืออาจจะเร็วสุดภายใน 3 วัน  ตำแหน่งที่พบบ่อบได้แก่ ริมฝีปาก แก้ม จมูก หู ตา ก้น อวัยวะสิบพันธ์

นอกจากนี้ ต่อมน้ำเหลืองจากบรีิเวณใกล้เคียงอาจจะโตและเจ็บด้วยเมื่อหาย เชื้อจะหลบไปที่ปมประสาท แล้วอาจโผล่ให้มาใหม่ทำให้โรคกำเริบได้บ่อยๆ มักเกิดหลังมีไข้ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอสภาวะทางอารมณ์เครียด ระหว่างมีประจำเดือนและตั้งครรภ์

เริ่มที่อวัยวะเพศ (Hrepes genitalis) ติดต่อโดยการร่วมเพศกับคนที่เป็นโรคนี้อยู่ก่อน หลังจากนั้น 4-7 วัน และมีอาการแสบๆ คันๆ ต่อมาจะเป็นตุ่มใสๆ เล็กๆ หลายตุ่มที่อวัยวะเพศผู้ชายอาจขึ้นที่ปลายหนังองคชาติ ที่ตัว หรือหัวองคชาต ส่วนผู้หญิง อาจขึ้นที่ปากชองคลอด ในช่องคลอด หรือที่ปากมดลูก

จากนั้น ตุ่มที่ใสๆ จะแตกกลายมาเป็นแผลเล็กๆ หลายแผลคล้ายๆ แผลถลอกและมีอาการเจ็บ แล้วแผลจะค่อยๆ หายเองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยไม่มีรอยแผลเป็น ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ (ไข่ดัน) อาจจะโตและเจ็บด้วย เมื่อเคยเป้นครั้งหนึ่งแล้ว เชื้อจะไปหลบที่ปมประสาท เมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือมีการเสียดสี (การร่วมเพศ) เชื้อก็จะโผล่ขึ้นมาทำให้เกิดโรคได้อีก ดังนั้นคนที่เคยเป็นโรคนี้ ก็อาจจะมีอาการกำเริบซ้ำๆ ซากๆ ถือเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการเป็นแผลที่อวัยวะเพศ

เริมที่ริมฝีปาก (Herpes labialis หรือFever blister) มักขึ้นที่บริเวณผิวหนังใหล้ๆ ริมฝีปาก เริมในช่องาก อาจพบในเด็ก เป็นตุ่มน้ำเจ็บปวด แล้วแตกเป็นแผลตื้นๆ บริเวณกระพุ้งแก้ม เหงือก เพดาปาก ลิ้น อาจรุนแรงจนกินอาหารไม่ได้

 

การรักษาโรคเริม

  • ให้มีการรักษาตามอาการ เช่น ถ้าปวดหรือมีไข้ ให้ยาแก้ปวดลดไข้
  • เด็กที่เป็นเริมในช่องปาก ให้ดื่มน้ำบ่อยๆ ถ้ามีไข้ควรให้เด้กรับประทานยาลดไข้ หากเด็กรับประทานอาหารไม่ได้ อาจให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำๆ
  • การรักษาด้วยยาทานหรือทายารักษาเชื้อเริม ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยมาในระยะไหนของโรค และความรุนแรง
  • ถ้าเป็นนรุนแรงหรือขึ้นในตาดำ ควรส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง

โรคนี้มักจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง ก่อให้เกิดความกังวลใจผู้ที่เป็นไม่น้อย การเข้าการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเ(พาะทางด้านผิวหนังเป็นทางออกทีดี สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ นอกจากทำให้ทราบแน่ชัดว่าเป็นอะไรแล้วยังมีวิธีการรักษาเฉพาะทางที่ตรง กับโรคด้วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.samitivejhospitals.com






banner01




คุณคิดอย่างไรบอกเพื่อน ๆ ได้นะ

comments